กลยุทธ์

แต้ม แสตมป์ หรือคืนเงิน? โปรแกรมสะสมแต้ม 6 แบบ และควรเลือกแบบไหน

แต้ม แสตมป์ หรือคืนเงิน? เราอธิบายโปรแกรมสะสมแต้ม 6 แบบพร้อมตัวอย่าง วิธีคำนวณต้นทุนของรางวัลแต่ละแบบ และวิธีตัดสินใจ

โดย ทีม Stampazอ่าน 13 นาที

ในบทความนี้
  1. 01โปรแกรมสะสมแต้ม 6 แบบ
  2. 02ตารางเทียบ: แบบไหนเหมาะกับคุณ
  3. 03วิธีคำนวณต้นทุนจริงของรางวัล
  4. 04ผสมกัน: หลายบัตรพร้อมกัน
  5. 05แผนผังการตัดสินใจ: ควรเลือกแบบไหน
  6. 06สิ่งที่มักได้ผลในแต่ละธุรกิจ
  7. 07ความผิดพลาดที่พบบ่อยตอนเลือกประเภทบัตร
  8. 08ตั้งค่ากับ Stampaz

การเลือกระหว่างแต้ม แสตมป์ หรือคืนเงิน คือการตัดสินใจแรกของทุกโปรแกรมสะสมแต้ม และเปลี่ยนทีหลังยากที่สุด ข่าวดีคือไม่มีแบบไหนดีกว่าแบบอื่นเสมอไป มีแค่แบบที่เข้ากับยอดบิล ความถี่ และกำไรของคุณ บทความนี้มีทั้ง 6 แบบพร้อมตัวอย่างแบบละหนึ่ง ตารางเทียบ สูตรต้นทุนจริง และแผนผังการตัดสินใจ

โปรแกรมสะสมแต้ม 6 แบบ

1. บัตรแสตมป์

มาหรือซื้อหนึ่งครั้งได้หนึ่งแสตมป์ ครบแล้วได้รางวัล

ตัวอย่าง: “ซื้อ 9 แก้ว แก้วที่ 10 ฟรี” ลูกค้าเห็นในมือถือว่ามี 6 จาก 10 แสตมป์ และรู้ชัดว่าขาดอีกเท่าไร

เหมาะเมื่อยอดซื้อแต่ละครั้งใกล้เคียงกัน: ร้านกาแฟ ร้านชานม ร้านตัดผม คาร์แคร์ ร้านไอศกรีม

2. แต้ม (มีระดับได้)

ลูกค้าสะสมแต้มตามยอดใช้จ่าย แล้วแลกรางวัลที่มีมูลค่าต่างกัน เพิ่มระดับได้ (เช่น บรอนซ์ ซิลเวอร์ โกลด์) ให้สิทธิ์กับคนที่ซื้อมากที่สุด

ตัวอย่าง: ทุก 1 € ได้ 1 แต้ม 50 แต้มแลกขนมสัตว์เลี้ยงถุงเล็ก 150 แต้มแลกอุปกรณ์ ใครสะสมถึง 500 แต้มในปีนั้น ขึ้นเป็นระดับโกลด์

เหมาะเมื่อยอดบิลต่างกันมาก: เบเกอรี่ที่รับออร์เดอร์ ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสัตว์เลี้ยง

3. ส่วนลดตามระดับ

ลูกค้าไม่ได้สะสมรางวัล แต่เลื่อนระดับตามยอดใช้จ่ายหรือจำนวนครั้ง และแต่ละระดับมีส่วนลดคงที่

ตัวอย่าง: ตั้งแต่มาครบ 5 ครั้ง ลด 5% ตั้งแต่ 15 ครั้ง ลด 10%

เหมาะกับลูกค้าที่ชอบประหยัดทุกครั้งมากกว่ารอรางวัล เช่น ร้านเสริมสวยหรือร้านเสื้อผ้า

4. เงินคืน

ส่วนหนึ่งของทุกการซื้อคืนให้ลูกค้าเป็นยอดเงินใช้ในร้าน

ตัวอย่าง: เงินคืน 5% ลูกค้าใช้จ่าย 40 € สำหรับมื้อเย็น ได้ยอด 2 € ในบัตร เมื่อสะสมถึง 10 € ก็ใช้ในครั้งถัดไป

เหมาะกับร้านอาหารและร้านค้าที่ยอดบิลปานกลางถึงสูง เข้าใจง่าย: “คืนให้ 5%”

5. บัตรของขวัญ

ยอดเงินเติมล่วงหน้า ที่ลูกค้าซื้อเองหรือซื้อให้คนอื่น เติมได้และกำหนดวันหมดอายุได้

ตัวอย่าง: บัตรของขวัญ 30 € สำหรับตัดผมและกันหนวด คนที่ได้รับใช้บางส่วนวันนี้ และที่เหลือเดือนหน้า

ไม่ได้เป็นรางวัลมากเท่ากับเป็นการขายล่วงหน้าและดึงลูกค้าใหม่ อ่านเพิ่มที่ บัตรของขวัญร้านเล็ก

6. สมาชิกรายเดือน

ลูกค้าจ่ายค่าสมาชิก และได้จำนวนครั้งที่รวมอยู่

ตัวอย่าง: “ตัดผม 2 ครั้งต่อเดือน 30 €” หรือ “กาแฟวันละแก้ว 35 € ต่อเดือน” เห็นจำนวนครั้งที่เหลืออยู่เสมอ

เหมาะกับบริการที่ใช้ซ้ำบ่อย อธิบายละเอียดใน ระบบสมาชิกรายเดือน

ตารางเทียบ: แบบไหนเหมาะกับคุณ

แบบเหมาะกับต้นทุนจริงโดยประมาณความซับซ้อนสำหรับลูกค้า
แสตมป์ยอดซื้อใกล้เคียงกัน มาบ่อยต้นทุนรางวัล ÷ ยอดที่ใช้เพื่อได้รางวัลต่ำมาก
แต้มยอดซื้อไม่แน่นอนขึ้นกับมูลค่าการแลกที่คุณตั้งปานกลาง
ส่วนลดตามระดับลูกค้าที่ซื้อบ่อยและชอบประหยัด% ส่วนลดบนทุกการซื้อต่ำ
เงินคืนยอดบิลปานกลางหรือสูง% ที่คืน เฉพาะเมื่อถูกใช้ต่ำ
บัตรของขวัญเทศกาล ของขวัญไม่มีเพิ่ม: เป็นการขายล่วงหน้าต่ำมาก
สมาชิกรายเดือนบริการที่ใช้ซ้ำส่วนต่างระหว่างค่าสมาชิกกับการใช้จริงปานกลาง

วิธีคำนวณต้นทุนจริงของรางวัล

ตรงนี้คือจุดที่หลายโปรแกรมพลาด: คิดรางวัลจากราคาขายแทนราคาต้นทุน หรือไม่คิดเลย

สูตร

ตัวอย่างแสตมป์: กาแฟแก้วละ 2.80 € กติกา: จ่าย 9 แก้ว แก้วที่ 10 ฟรี

  • ยอดที่ลูกค้าใช้เพื่อได้รางวัล: 9 × 2.80 € = 25.20 €
  • ถ้านับแก้วฟรีจากราคาขาย: 2.80 ÷ 25.20 = 11%
  • ถ้านับจากราคาต้นทุน (สมมติกาแฟ นม แก้ว รวม 0.50 €): 0.50 ÷ 25.20 = ราว 2%

ตัวเลขแรกคือสิ่งที่คุณ “ให้” ในมุมของลูกค้า ตัวเลขที่สองคือเงินที่ออกจากกระเป๋าคุณจริง ใช้ต้นทุนของร้านคุณเอง

ตัวอย่างเงินคืน: 5% ของยอดใช้จ่าย ถ้าลูกค้าใช้จ่าย 200 € ในหนึ่งไตรมาส จะสะสมยอดได้ 10 € เมื่อเขาใช้ ต้นทุนของคุณคือต้นทุนการให้บริการสินค้ามูลค่า 10 € นั้น ไม่ใช่ 10 € เต็ม และถ้าเขาไม่ใช้ ก็ไม่มีต้นทุน (แม้ที่ดีที่สุดคือเขากลับมาใช้)

ตัวอย่างแต้ม: ทุก 1 € ได้ 1 แต้ม 100 แต้มแลกสินค้าที่ขาย 5 € ต้นทุน 2 € ต้นทุนจริง: 2 ÷ 100 = 2% ของยอดใช้จ่าย

กฎที่ใช้ได้จริง

กำหนดก่อนว่ายอมลงทุนกับการสร้างลูกค้าประจำกี่เปอร์เซ็นต์ (เช่น 3 ถึง 10% ของราคาขาย ตามกำไรของคุณ) แล้วปรับกติกาให้เข้ากับตัวเลขนั้น ถ้ากติกาที่เลือกทำให้ลูกค้าต้องรอหลายเดือนกว่าจะเห็นรางวัล ให้เพิ่มมูลค่ารางวัลหรือลดจำนวนแสตมป์

ผสมกัน: หลายบัตรพร้อมกัน

ไม่จำเป็นต้องเลือกแบบเดียวตลอดไป การผสมที่ได้ผล:

  • แสตมป์ + บัตรของขวัญ: แสตมป์สำหรับทุกวัน และบัตรของขวัญช่วงปีใหม่หรือวันแม่
  • แต้มพร้อมระดับ + วันเกิด: ให้รางวัลการใช้จ่าย และของขวัญส่วนตัวปีละครั้ง
  • สมาชิก + แสตมป์: สมาชิกใช้กาแฟที่รวมอยู่ ส่วนลูกค้าอื่นสะสมแสตมป์
  • เงินคืน + วันที่เงียบ: เงินคืนสองเท่าทุกวันจันทร์ เพื่อกระจายความต้องการ

เงื่อนไขคือบัตรแต่ละใบต้องมีจุดประสงค์ชัด ถ้าลูกค้าไม่เข้าใจว่าแต่ละใบไว้ทำอะไร คุณก็แค่เพิ่มงานให้เขา

แผนผังการตัดสินใจ: ควรเลือกแบบไหน

ตอบตามลำดับ แล้วเลือกข้อแรกที่ตรง:

  1. คุณขายบริการที่ลูกค้าใช้หลายครั้งต่อเดือนไหม (กาแฟ ตัดผม ล้างรถ คลาส)? ลองพิจารณาสมาชิกรายเดือน ถ้าไม่อยากจัดการค่าสมาชิก ไปข้อ 2
  2. ยอดบิลเกือบเท่าเดิมทุกครั้งไหม? บัตรแสตมป์
  3. ยอดบิลต่างกันมากในแต่ละครั้งไหม? แต้มตามยอด (เพิ่มระดับถ้ามีลูกค้าที่ใช้จ่ายมาก)
  4. ยอดบิลเฉลี่ยสูง และลูกค้าชอบ “ได้เงินคืน” ไหม? เงินคืน
  5. ลูกค้าชอบประหยัดทุกครั้งมากกว่ารอรางวัลไหม? ส่วนลดตามระดับ
  6. อยากขายมากขึ้นช่วงเทศกาล หรือดึงคนใหม่ไหม? เพิ่มบัตรของขวัญเข้ากับบัตรที่มีอยู่

สิ่งที่มักได้ผลในแต่ละธุรกิจ

ธุรกิจตัวเลือกแรกตัวเสริม
ร้านกาแฟแสตมป์สมาชิกกาแฟ
ร้านเบเกอรี่แต้มตามยอดบัตรของขวัญสำหรับออร์เดอร์
ร้านอาหารเงินคืนหรือแต้มบัตรของขวัญ
ร้านตัดผมแสตมป์สมาชิก “ตัด 2 ครั้งต่อเดือน”
ร้านเสริมสวยส่วนลดตามระดับบัตรของขวัญ
ร้านสัตว์เลี้ยงแต้มตามยอดวันเกิดของสัตว์เลี้ยง

นี่คือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่กฎ ลองสักสองเดือนแล้ววัดว่าลูกค้ากลับมาบ่อยขึ้นไหม (วิธีอยู่ใน เพิ่มลูกค้าประจำ)

ความผิดพลาดที่พบบ่อยตอนเลือกประเภทบัตร

  • ลอกเชนใหญ่ กำไรและปริมาณของเขาไม่ใช่ของคุณ คำนวณเองด้วยสูตรข้างบน
  • อัตราแลกแต้มแปลก ๆ “1.5 แต้มต่อทุก 2 €” บังคับให้ลูกค้าคิดเลข ใช้ตัวเลขกลม ๆ: 1 € ได้ 1 แต้ม
  • เงินคืนต่ำเกินไป 1% ของบิล 10 € คือ 10 เซ็นต์: ไม่มีใครสังเกต ถ้าเลือกเงินคืน ให้ยอดเห็นได้ว่าโตขึ้น
  • ระดับที่ไปไม่ถึง ถ้าระดับสูงสุดต้องใช้จ่ายจนแทบไม่มีใครถึง จะทำให้หมดกำลังใจแทนที่จะจูงใจ
  • เปลี่ยนกติกาทุกเดือน ลูกค้าจะเลิกเชื่อ ทดลองกติกาอย่างน้อย 8–12 สัปดาห์ก่อนแตะ และถ้าเปลี่ยน ให้นับยอดสะสมเดิม
  • เลือกตามเครื่องมือ ไม่ใช่ตามลูกค้า คิดก่อนว่าลูกค้าเข้าใจและให้คุณค่ากับอะไร แล้วค่อยหาวิธีทำ

ตั้งค่ากับ Stampaz

ใน Stampaz มีบัตรครบ 6 แบบในทุกแพ็กเกจ: แสตมป์ แต้มพร้อมระดับ ส่วนลดตามระดับ เงินคืน บัตรของขวัญ และสมาชิกรายเดือน ลูกค้าบันทึกใน Apple Wallet หรือ Google Wallet (หรือบัตรเว็บ) โดยไม่ต้องโหลดแอปหรือแอดไลน์ และใช้หลายบัตรพร้อมกันในร้านเดียวได้ (Local 2 ใบ Pro 10 ใบ Cadena ไม่จำกัด) ถ้าอยากเริ่มทีละขั้น ทำตาม ทำบัตรสะสมแต้มออนไลน์

คำถามที่พบบ่อย

สร้างบัตรสะสมแต้มดิจิทัลของคุณวันนี้

พร้อมใช้ใน 5 นาที · ไม่มีสัญญาผูกมัด